ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ในสหรัฐฯ เกิน 50,000 ราย ภายใน 24 ชั่วโมง ทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่มีการระบาด ด้านประธานาธิบดีทรัมป์เปลี่ยนท่าทีแนะให้ทุกคนควรสวมหน้ากาอนามัย ทั่วโลกผู้ติดเชื้อสะสม 10.8 ล้านราย เสียชีวิต 5.18 แสนราย

เว็บไซต์ Worldometers รายงานว่าเมื่อวันที่ 1 ก.ค. ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ทั่วโลกเพิ่มขึ้น 196,901 ราย ซึ่งนับว่ามากที่สุดนับตั้งแต่มีการระบาดของโควิดทั่วโลก ส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อทั่วโลกแล้วกว่า 10,802,849 ราย ขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตทั่วโลกมีจำนวน 518,921 ราย

ด้าน สหรัฐอเมริกา วานนี้ (1 ก.ค.) จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่มีการระบาดเช่นกัน โดยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นกว่า 51,097 ราย ทำให้สหรัฐฯ มีผู้ติดเชื้อแล้วถึง 2,779,953 ราย และมีผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อแล้ว 130,798 ราย

ทั้งนี้ รายงานสถิติจากมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกิ้นระบุว่า มลรัฐที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อสูงสุดคือ แอริโซนา แคลิฟอร์เนีย นอร์ทแคโรไลนา เทนเนสซี และเท็กซัส โดยเฉพาะแคลิฟอร์เนียวานนี้มีจำนวนผู้ติดเชื้อมากสุดเกือบ 10,000 ราย

ด้วยเหตุนี้ ทางการแคลิฟอร์เนียจึงมีคำสั่งห้ามร้านอาหาร ผับ บาร์และสถานที่ที่มีการบริการเสิร์ฟอาหารในที่ร่มจำหน่ายหรือให้บริการอาหารในร้านอีกครั้ง หลังจากมียอดผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง

นอกจากนี้ในบางเมืองของแคลิฟอร์ยังมีคำสั่งปิดพิพิธภัณฑ์ สวนสัตว์ โรงภาพยนตร์และสถานที่อื่นๆ เพิ่มเติม โดยสร้างผลกระทบให้กับประชาชนกว่า 72 เปอร์เซ็นต์ที่อาศัยอยู่ภายในรัฐ

นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวกับช่องฟ็อกซ์สื่อของสหรัฐฯว่า เขายินดีที่จะใส่หน้ากาก หากต้องอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องอยู่ร่วมกับคนจำนวนมากอย่างหนาแน่นในที่สาธารณะ

คำกล่าวของปธน.สหรัฐฯ เกิดขึ้นหลังจากที่สมาชิกพรรครีพับลิกันเรียกร้องให้ปธน.ทรัมป์สวมหน้ากากอนามัยเป็นตัวอย่าง ทั้งที่ก่อนหน้านี้ปธน.ทรัมป์ได้ปฏิเสธการสวมใส่หน้ากากมาตลอด

อย่างไรก็ตาม ปธน.ทรัมป์ยังกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ที่เขาคิดว่าการสวมหน้ากากนั้นไม่จำเป็นนั้นเนื่องจากพื้นที่ต่างๆ ในสหรัฐฯ ประชาชนไม่ได้อยู่รวมตัวกันอย่างหนาแน่นและมีระยะห่างทางสังคมอยู่แล้วเช่นกัน