รัฐบาลจีนเดินหน้าปราบปรามเงินคริปโตฯ ล่าสุดธนาคารกลางขอความร่วมมือธนาคารในประเทศ หยุดสนับสนุนการทำธุรกรรมด้วยเงินดิจิทัล ทำให้ค่าเงินบิตคอยน์ดิ่งต่ำกว่า 30,000 ดอลลาร์

สำนักข่าว บีบีซี รายงานว่า มูลค่าของสกุลเงินคริปโตฯชื่อดังอย่าง “บิตคอยน์” ดิ่งลงอีกในวันอังคารที่ 22 มิ.ย. และช่วงหนึ่งตกลงไปต่ำกว่า 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ เป็นครั้งแรกในรอบ 5 เดือน ที่ 28,890 ดอลลาร์สหรัฐ หลังจากทางการจีนเดินหน้าปราบปรามการใช้เงินคริปโตฯ

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ธนาคารประชาชนแห่งประเทศจีน (PBOC) หรือ ธนาคารกลางของจีน เปิดเผยว่า พวกเขาได้เชิญผู้แทนจากธนาคารขนาดใหญ่ และจากบริษัทตัวกลางการชำระเงินมาเข้าพบ เพื่อขอความร่วมมือให้มีมาตรการที่เข้มงวดขึ้น เพื่อไม่ให้มีการซื้อขาย, หักบัญชี และชำระหนี้ด้วยเงินดิจิทัล

ด้านธนาคารเพื่อการเกษตรแห่งประเทศจีน ซึ่งเป็นผู้ให้กู้รายใหญ่ที่สุดอันดับ 3 ของประเทศ ระบุว่า พวกเขาจะทำตามคำสั่งของ PBOC และมีการตรวจสอบอย่างระมัดระวัง เพื่อขุดรากถอนโคนกิจกรรมผิดกฎหมายใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมด้วยเงินคริปโตฯ หรือการขุดเหมืองคริปโตฯ

ส่วนธนาคารออมทรัพย์ไปรษณีย์ ซึ่งมีสาขามากที่สุดในจีน ยืนยันว่า พวกเขาจะไม่มีการอำนวยความสะดวกแก่การทำธุรกรรมด้วยเงินคริปโตฯ ขณะที่ อาลีเพย์ ผู้ให้บริการโทรศัพท์และจ่ายเงินออนไลน์ ระบุว่า จะจัดตั้งระบบสังเกตการณ์ เพื่อตรวจจับการทำธุรกรรมที่ผิดกฎหมายด้วยเงินคริปโตฯด้วย

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของธนาคารกลางจีน เกิดขึ้นหลังจากเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทางการมณฑลเสฉวน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ เพิ่งออกคำสั่งเริ่มปฏิบัติการปิดเหมืองบิตคอยน์ หลังจากรัฐบาลจีนเปิดเหมืองบิตคอยน์ไปได้ถึง 26 แห่งในช่วงสัปดาห์เดียวกัน จากเบาะแสบนสื่อสังคมออนไลน์

ทั้งนี้ กว่า 65% ของเหรียญบิตคอนย์ที่ผลิตขึ้นในปี 2563 อยู่ในประเทศจีน และมณฑลเสฉวน มีอัตราการผลิตมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ทำให้รัฐสภาของจีนประกาศเมื่อเดือนก่อนว่า พวกเขาจะปราบปรามการขุดเหมือง และการซื้อขายเงินคริปโตฯ เพื่อควบคุมความเสี่ยงทางการเงินของประเทศ.